EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.1750 จับตาถ้อยแถลงจากเฟด (Fedspeak)
ค่าเงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 1.1750 ในช่วงการซื้อขายของตลาดยุโรปวันศุกร์ หลังจากอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยการปรับฐานถูกจำกัดจากการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านขาลงของคู่เงินอาจยังมีจำกัด ท่ามกลางความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตลาดกำลังรอถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด (Fedspeak) เพื่อประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป
## มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)
ในเชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นของ EUR/USD ยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้น โดยราคาปัจจุบันยืนอยู่สูงกว่าราคาเปิดของวันประมาณ 23 จุด (pips) ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average: SMA) ระยะ 20 ช่วง ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น SMA ระยะ 100 และ 200 ช่วง และทั้งสามเส้นมีทิศทางขาขึ้น ซึ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคา โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด และเส้น SMA 20 ช่วงบริเวณ 1.1656 ทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัตในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัด Momentum ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับกึ่งกลางและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงซื้อที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ส่วนดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 69 ซึ่งเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) ทำให้การปรับขึ้นต่ออาจเริ่มชะลอลงได้ในระยะสั้น แนวรับแรกกระจุกตัวอยู่บริเวณเส้น SMA 20 และ 100 ช่วงที่กำลังปรับตัวขึ้น ระหว่างระดับ 1.1656–1.1603 โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าว อคติระหว่างวันยังคงเป็นบวก
สำหรับกราฟรายวัน EUR/USD ซื้อขายอยู่เหนือเส้น SMA 20 วันซึ่งมีลักษณะเป็นขาขึ้นที่ระดับ 1.1605 แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 วันที่ระดับ 1.1642 ซึ่งยังคงมีความลาดเอียงลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น SMA 200 วันที่กำลังปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.1478 ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพรวมแนวโน้มเชิงบวก นอกจากนี้ ตัวชี้วัด Momentum ยังคงขยับขึ้นในแดนบวก ขณะที่ RSI อยู่ในระดับเชิงบวกเช่นกันที่ประมาณ 66
## ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายใกล้จุดสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนที่ระดับ 1.1719 ในวันพฤหัสบดี โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังการประกาศผลการประชุมด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังการประชุมเป็นเวลา 2 วัน เฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Target Range) อยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบาย โดย Stephen Miran สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยที่มากกว่านี้ถึง 50 จุดพื้นฐาน ขณะที่ประธานเฟดสาขาชิคาโก Austan Goolsbee และประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี Jeffrey Schmid มีความเห็นให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดยังเผยแพร่รายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections: SEP) ฉบับใหม่ ซึ่งยังคงมุมมองว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 ซึ่งถือว่ามีลักษณะค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประธานเฟด Jerome Powell จะสิ้นสุดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026
จากปัจจัยดังกล่าว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ แต่สุดท้ายอ่อนค่าลง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกมีน้ำหนักมากกว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเชิงเก็งกำไรเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับลดลงในอนาคต
ด้านปฏิทินเศรษฐกิจของยุโรปไม่มีข้อมูลสำคัญที่จะประกาศ ขณะที่สหรัฐจะมีการเผยข้อมูลเศรษฐกิจระดับรอง ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการ
ค่าเงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 1.1750 ในช่วงการซื้อขายของตลาดยุโรปวันศุกร์ หลังจากอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยการปรับฐานถูกจำกัดจากการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านขาลงของคู่เงินอาจยังมีจำกัด ท่ามกลางความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตลาดกำลังรอถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด (Fedspeak) เพื่อประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป
## มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)
ในเชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นของ EUR/USD ยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้น โดยราคาปัจจุบันยืนอยู่สูงกว่าราคาเปิดของวันประมาณ 23 จุด (pips) ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average: SMA) ระยะ 20 ช่วง ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น SMA ระยะ 100 และ 200 ช่วง และทั้งสามเส้นมีทิศทางขาขึ้น ซึ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคา โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด และเส้น SMA 20 ช่วงบริเวณ 1.1656 ทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัตในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัด Momentum ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับกึ่งกลางและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงซื้อที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ส่วนดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 69 ซึ่งเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) ทำให้การปรับขึ้นต่ออาจเริ่มชะลอลงได้ในระยะสั้น แนวรับแรกกระจุกตัวอยู่บริเวณเส้น SMA 20 และ 100 ช่วงที่กำลังปรับตัวขึ้น ระหว่างระดับ 1.1656–1.1603 โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าว อคติระหว่างวันยังคงเป็นบวก
สำหรับกราฟรายวัน EUR/USD ซื้อขายอยู่เหนือเส้น SMA 20 วันซึ่งมีลักษณะเป็นขาขึ้นที่ระดับ 1.1605 แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 วันที่ระดับ 1.1642 ซึ่งยังคงมีความลาดเอียงลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น SMA 200 วันที่กำลังปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.1478 ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพรวมแนวโน้มเชิงบวก นอกจากนี้ ตัวชี้วัด Momentum ยังคงขยับขึ้นในแดนบวก ขณะที่ RSI อยู่ในระดับเชิงบวกเช่นกันที่ประมาณ 66
## ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายใกล้จุดสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนที่ระดับ 1.1719 ในวันพฤหัสบดี โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังการประกาศผลการประชุมด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังการประชุมเป็นเวลา 2 วัน เฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Target Range) อยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบาย โดย Stephen Miran สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยที่มากกว่านี้ถึง 50 จุดพื้นฐาน ขณะที่ประธานเฟดสาขาชิคาโก Austan Goolsbee และประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี Jeffrey Schmid มีความเห็นให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดยังเผยแพร่รายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections: SEP) ฉบับใหม่ ซึ่งยังคงมุมมองว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 ซึ่งถือว่ามีลักษณะค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประธานเฟด Jerome Powell จะสิ้นสุดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026
จากปัจจัยดังกล่าว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ แต่สุดท้ายอ่อนค่าลง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกมีน้ำหนักมากกว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเชิงเก็งกำไรเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับลดลงในอนาคต
ด้านปฏิทินเศรษฐกิจของยุโรปไม่มีข้อมูลสำคัญที่จะประกาศ ขณะที่สหรัฐจะมีการเผยข้อมูลเศรษฐกิจระดับรอง ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการ
Disclaimer
The information and publications are not meant to be, and do not constitute, financial, investment, trading, or other types of advice or recommendations supplied or endorsed by TradingView. Read more in the Terms of Use.
Disclaimer
The information and publications are not meant to be, and do not constitute, financial, investment, trading, or other types of advice or recommendations supplied or endorsed by TradingView. Read more in the Terms of Use.
